MBA | Testimonials_mba
12779
page-template,page-template-full_width,page-template-full_width-php,page,page-id-12779,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-theme-ver-2.4,wpb-js-composer js-comp-ver-5.0.1,vc_responsive

Testimonials (เรื่องราวความสำเร็จ)

คุณทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ (MBA 56)

 

ตำแหน่งงาน : Business Development Manager ที่ Learn Corporation

และเป็นเจ้าของ start up “Money Class ห้องเรียนการเงิน 101”

 

บอกเล่า MBA MBA คือที่สุดของช่วงชีวิตหนึ่งของผมเลย ได้อะไรหลายอย่างมากจากที่นี่

– เหนื่อยที่สุด .. เพราะงานหนักและเยอะมาก งานแต่ละชิ้นคือโหดและท้าทายเรามากๆ เรียนรู้ใหม่หมด และต้องทำให้ดีที่สุด

– สนุกที่สุด .. ด้วยเพื่อนและอาจารย์ที่สอนด้วยความเต็มที่ ทำให้บรรยากาศการเรียนสนุก และอยากมามหาวิทยาลัยทุกครั้ง

– ใช้เวลามากที่สุด .. เพราะในอาทิตย์นึง ทำงาน 5 วัน แถมต้องมาเรียนอีกอย่างน้อยๆ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้ต้องมาเรียนทั้งตอนเย็น และ วันเสาร์หรือวันอาทิตย์

– เติบโตมากที่สุด .. ด้วยงานที่ทำ อาจารย์ที่คอมเม้นต์ หลักสูตรที่ครอบคลุม และเพื่อนๆ ที่มาด้วยใจที่อยากโตเป็นคนใหม่ ทำให้ผมหล่อหลอมและอัพความสามารถตัวเองขึ้นเยอะ เรียกได้ว่า จบจากที่นี่มาแล้ว งานหนักแค่ไหนก็ดูเบาไปเลย

 

วิชาที่ชอบ : Competitive Marketing Strategy และ Product and Brand Management

 

“Do The Best”  ถ้าให้เราทำ ต้องดีที่สุด  ไม่ดีที่สุด ไม่ทำ!!

คุณจุฑาวุธ คะชะนา (MBA 56)

 

ตำแหน่งงาน : กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท คชาสปอร์ต จำกัด

 

บอกเล่า MBA ประทับใจทุกครั้งที่ได้ออกไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ ได้ไปเห็นธุรกิจจริง หรือการที่ได้เข้าฟัง Guest Speaker ที่ทางโครงการเชิญมาบรรยาย ทั้งหมดนี้มันจุดประกายให้ผมอยากเป็นเจ้าของกิจการ จนผมสามารถทำสำเร็จในแบบทุกวันนี้

MBA เป็นหลักสูตรที่มีองค์ความรู้ทุกด้านในการบริหารธุรกิจ ผมได้ทุกอย่างที่เจ้าของกิจการควรจะรู้ เช่น การตลาด บัญชีการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์  CSR, Logistic และวิชาสำคัญอื่นๆอีกหลายวิชา เรียกได้ว่าครบทุกองค์ความรู้ที่เจ้าของกิจการทุกคนควรมี อีกทั้งเพื่อนๆในคลาสทุกคนก็มาจากหลากหลายสาขา มีประสบการณ์มากมายดังนั้นนอกจากได้ความรู้ที่เพื่อนๆในห้องเรียนนำประสบการณ์ความรู้มาแชร์ให้เราฟังแล้ว เราก็ยังได้ Connection ในการทำธุรกิจอีกด้วย และในเทอมสุดท้ายผมเลือกที่จะทำแผนธุรกิจ (Business Plan)เพราะมันจะมีประโยชน์กับผมในอนาคตของการเป็นเจ้าของกิจการ เนื่องจากการทำแผนธุรกิจจะต้องใช้ทุกองค์ความรู้ของทุกๆวิชา ส่วนอาจารย์ของโครงการฯ ทุกท่านก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาสำหรับในทุกๆวิชา ทำให้ผมสามารถประสบความสำเร็จในการทำแผนธุรกิจและนำมาใช้กับกิจการของผมได้จริงในปัจจุบัน

MBA ไปต่อยอดด้านธุรกิจ : ผมสามารถวิเคราะห์ตลาด และคาดการณ์ว่าตลาดออนไลน์ในเมืองไทยจะต้องโตอย่างแน่นอนซึ่งในตอนนั้นตลาดออนไลน์ยังไม่โตเท่าทุกวันนี้ แต่ด้วยความรู้ที่ผมได้มาจากการเรียนMBA ทำให้ผมมั่นใจว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปตลาดออนไลน์ในอีกไม่นาน ผมจึงรีบปรับตัวเปลี่ยนวิธีการมาทำตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งถ้าย้อนกลับไป หากผมไม่คิดวิเคราะห์ผมก็จะเปลี่ยนวิธีการล้าช้าธุรกิจอาจจะมีปัญหา ยอดขายไม่โตเท่าทุกวันนี้ และความรู้จาก MBA อีกมากมายที่นำมาใช้ เช่น การวางแผนทางบัญชีการเงิน หรือ Operations Management ที่ช่วยให้ผมลดต้นทุน เพิ่มกำไรในการดำเนินกิจการได้อย่างมาก

 

วิชาที่ชอบ : Entrepreneur & Innovation

 

“การพยายามให้ถึงที่สุด อาจจะพบความผิดหวัง แต่จะไม่พบสิ่งที่ค้างคาใจ” 

คุณเมษิยา ตั้งทรงเจริญ (MBA 58)

 

เจ้าของกิจการ : บริษัท โอเพนแลนด์ ฟู้ดส์ จำกัด
บริษัท โอเพนแลนด์ ซีซั่นนิ่ง จำกัด
บริษัท โอเพนแลนด์ ดริ้งค์ แอนด์ ซัพพลายส์ จำกัด

 

บอกเล่า MBA : ” เดิมที บลิวเป็นพนักงานบริษัทเอกชนคนนึง ที่เรียนจบ ป.ตรีจาก ม.ธรรมศาสตร์ หลังจากทำงานได้ 2-3 ปี ก็ขอทุนของบริษัทเรียนต่อปริญญาโท โดยเลือกเรียนที่ MBA ม.ธรรมศาสตร์ เพราะ ชอบสไตล์การสอนของอาจารย์ธรรมศาสต์ที่มันส์และเนื้อหาถึงลูกถึงคนอยู่แล้ว ประกอบกับสถาบันมีชื่อเสียงด้าน MBA ระดับโลก และผู้บริหารส่วนใหญ่ของบริษัทก็จบ MBA ที่นี่  ตอนสมัครเข้ามาเรียนแค่หวังว่าจะนำความรู้ไปใช้พัฒนาในการทำงาน เพื่อเพิ่มฐานเงินเดือน เพื่อเป็นบันไดก้าวสำคัญในการเติบโตในองค์กร อีกอย่างตอนนั้น อกหักมาหมาดๆ ก็คิดว่าแทนที่นั่งเศร้าเสียเวลาชีวิต เอาเวลามาอัพเกรดยกระดับตัวเองดีกว่า แต่เมื่อยิ่งเราได้มาเรียนเพิ่มขึ้นทุกวันๆ กลายเป็นว่าเราหยุดคิดทำโน่นทำนี่ไม่ได้เลยจริงๆ ทุกวิชาที่เรียนมันให้แก่นบางอย่างที่ทำให้เราคิดต่อยอด บางอย่างหลังเรียนจบคลาสตอนค่ำ เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ได้นำไปเสนอใช้ในองค์กรเลย ในขณะที่บางอย่างที่มันไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร แต่มันค้างคาอยู่ในหัวเรา ไอเดียต่างๆในห้องตรงนั้นมันค่อยๆถูกเก็บสะสมลงในสมุดโน้ตเล่มนึงที่บลิวพกเข้าห้องเรียนด้วยตลอด และไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างที่เคยอยู่ในสมุดเล่มนั้น ได้พาบลิวมาเป็นเจ้าของกิจการ มีธุรกิจ มีโรงงานผลิต ที่ได้รับรองมาตรฐานสากลในวันนี้  อ้อ..บลิวยังได้ของแถมเป็นสามีนักธุรกิจ MBA57 ด้วยนะ 555 และได้คอนเน็คชั่นเพื่อนๆจากหลากหลายองค์กร เจ้าของหลากหลายธุรกิจ เรียกได้ว่าลงทุนค่าเทอมคุ้มค่ามากจริงๆ

MBA ไปต่อยอดด้านธุรกิจ : จากพนักงานเงินเดือนอายุ 23 คนนึ่ง สิ่งที่ได้จากการเรียนในห้องเรียน MBA ธรรมศาสตร์
ทั้งไอเดีย คอนเซ็ปต์เทพๆ ตัวอย่างเคสธุรกิจต่างๆ ได้ถูกสะสมลงในสมุดเล่มนึงที่พกเข้าห้องเรียน
ด้วยทุกครั้งเป็นระยะเวลา 2 ปี จนในวันหนึ่งทุกสิ่งในสมุดเล่มนั้นมันมี Passion ที่ผลักดันเราให้ออกจาก Comfort Zone กล้าก้าวออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจทันทีหลังเรียนจบ และสามารถมีโรงงานผลิตอาหารและขนมมาตรฐานสากลได้ในอายุ 27 ปี  โดยเงินลงทุนของบลิวมีอย่างเดียว คือ ค่าเทอม MBA ธรรมศาสตร์ ส่วนธุรกิจเริ่มลงทุนด้วยเงิน 0 บาทค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าทำได้ยังไง ต้องลองมาหาคำตอบจากการเรียนที่นี่ดูค่ะ           

 

วิชาที่ชอบจริงๆ ชอบทุกวิชา มีชอบเป็นพิเศษคือ วิชาเลือกด้านการตลาดค่ะ เนื้อหาทันสมัยตามยุค ทันเหตุการณ์มาก ส่วนวิชาอื่นๆ ที่ตอนเรียนเคยคิดว่ายาก พอมาทำธุรกิจมันก็ต้องใช้จริงๆแหละค่ะ

 

“เราไม่ได้มาเรียน MBA เพื่อคว้าใบปริญญาตามกระแส แต่เรามาเพื่อคว้าบางอย่างกลับไปริเริ่มต่อยอด” 

คุณภควัต วิกยาธิปัตย์ (MBA 59)

 

ตำแหน่งงาน : Assistant General Manager และ หุ้นส่วน บริษัท เอ็น วาย อาร์ วิศวกรรม จำกัด

 

บอกเล่า MBA ทุกคนทำให้บรรยากาศของชั้นเรียนมีความสนุกและเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้ผมอยากจะไปเรียน เวลาที่แต่ละกลุ่มต้องแข่งกันทุกคนก็แข่งกันทุกกลุ่มก็ทำสุดฝีมือเพื่อให้งานออกมาดี แต่เมื่อต้องช่วยเหลือกันทุกคนก็ช่วยเหลือกันเต็มที่เช่นกัน เหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดคือช่วงหลังประกาศผลสอบ Comprehensive ครั้งแรก เพื่อนร่วมชั้นที่สอบผ่านแล้วช่วยกัน แบ่งหน้าที่ จัดระบบ จัดรอบเวลา เพื่อติวเพื่อนที่ยังสอบไม่ผ่านทุกคน ทุกคนเต็มที่กันมากเสมือนว่าการทำให้เพื่อนคนจบพร้อมกันคือภารกิจที่สำคัญของพวกเรา

การเรียน MBA เป็นการส่งเสริมนิสัยของการเป็นคนรอบรู้ ติดตามข่าวสารรอบตัว และประมวลสิ่งเหล่านั้นตามกรอบแนวคิดและเครื่องมือที่เรียน ทำให้การวางแผนทั้งในเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัวเป็นไปด้วยความรอบคอบ รอบด้าน และเป็นระบบและนอกจากความรู้ การเรียน MBA ยังส่งเสริมการทำงานเป็นทีม โดยทีมดังกล่าว ประกอบด้วยทั้งกลุ่มคนที่มีวิชาชีพที่เหมือนกันและแตกต่างกัน กระบวนการคิดก็มีความหลากหลาย ตลอด 2 ปีที่เรียนจึงเป็นการฝึกศิลปะในการบริหารทีม การบริหารความขัดแย้ง

MBA ไปต่อยอดด้านธุรกิจ หลังจากเรียนจบ เป็นช่วงที่ธุรกิจครอบครัวมีการวางผังองค์กรใหม่พอดี มีการแบ่งผลิตภัณฑ์บางชนิดจากองค์กรเดิมมาให้ทางบริษัทดูแล  นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะได้นำความรู้และเครื่องมือต่าง ๆ มาวางระบบของบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น การชำระบัญชีของบริษัท และ การวางระบบการป้อนข้อมูลเพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการทำบัญชี การทำระบบบริหารคลังสินค้า ระบบยืม/คืน สินค้าตัวอย่าง ช่วยให้ทราบถึงสถานะของสินค้าทดลองและสินค้าคงคลังได้ง่ายยิ่งขึ้น การวางแผนการจ่ายผลตอบแทนและสวัสดิการสำหรับพนักงาน ที่สมดุลระหว่างการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และการบริหารกระแสเงินสด

 

วิชาที่ชอบ : Operation Management และ Pricing

 

“ เมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็ทำมันให้เต็มที่ ” 

คุณกัลยาภัสร์ ทวีศิริเวทย์ (MBA 62)

 

ตำแหน่งงาน : ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายขาย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กกี (ธุรกิจเกี่ยวกับธุรกิจค้าอาหารทะเลสด)

 

บอกเล่า MBA : การเรียน MBA เป็นสิ่งที่คุ้มค่าจนมากกว่าการลงทุนในการเรียน อาจเพราะส่วนตัวไม่ได้จบในคณะศิลปะศาสตร์มาในระดับปริญญาตรีด้วย การได้ศึกษาถึงพื้นฐานของการทำธุรกิจ การที่ได้พบอาจารย์หลากหลายท่านที่มีชื่อเสียงในวงการ รวมถึงความหลากหลายของเพื่อนร่วมชั้นที่เรียนทั้งอายุและสายงานทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งจากเพื่อนและอาจารย์ในเวลาเดียวกัน  ทั้งนี้วิชาที่ชอบที่สุดในปัจจุบันคงต้องยกให้วิชา Entrepreneur ที่ได้เรียนปรับมุมคิดของตนเองแต่ก่อนไปมาก และSpecial Issues ที่ได้ไปทัศนศึกษาบริษัทชั้นนำระดับประเทศและทราบถึงมุมมองต่างๆในการมองธุรกิจของเขา เป็นแรงบันดาลในนำมาปรับในธุรกิจตัวเองในอนาคต

การเรียน MBA อย่างแรกคงต้องตอบเหมือนคนอื่นๆ ว่าความรู้พื้นฐานต่างๆเกี่ยวกับการทำธุรกิจซึ่งการเรียนในแต่คลาสก็ทำให้สามารถนำไปใช้ทำความเข้าใจในส่วนธุรกิจอื่นๆที่เรามองข้ามไปมาก และมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจมากมาย อีกทั้งคงลืมไม่ได้คือมิตรภาพค่ะ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่เราก็เป็นเพื่อนกันได้เสมอ

MBA ไปต่อยอดด้านธุรกิจ : จากการเรียนก็จะพบว่าเราจะแบ่งพาร์ทธุรกิจออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ การเรียนนั้นก็จะสามารถนำไปปรับปรุงในส่วนนั้นให้ดีขึ้นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป (ในพาร์ทของคนที่ทำ Business Consult) อีกทั้งอาจทำให้เราสามารถมองถึงการแตกไลน์ธุรกิจออกมาทดสอบสิ่งที่เราได้ทดลองทำแผนธุรกิจที่ได้ทำกับที่ปรึกษาของเราในวิชา Independent Study ด้วยค่ะ

 

วิชาที่ชอบ : Entrepreneur

 

“If God did not exist, it would be necessary to invent him.” ของ Voltaire